พื้นที่ศึกษา

แนวเส้นทางโครงการเป็นการศึกษาตามแนวทางหลวงหมายเลข 117 โดยมีจุดเริ่มต้นที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข 126 ที่สามแยกเอ็กซ์เรย์ ประมาณ กม.123+500 และมีจุดสิ้นสุดที่จุดบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 12 ที่สี่แยกบ้านคลอง ประมาณ กม.129+643 โดยมีระยะทางรวมประมาณ 6.143 กิโลเมตร โดยพื้นที่ศึกษาโครงการระยะ 500 เมตร จากกึ่งกลางแนวเส้นทางโครงการครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล ในอำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ได้แก่ ตำบลท่าทอง ตำบลวัดจันทร์ ตำบลในเมือง และตำบลบ้านคลอง

พื้นที่ศึกษา

แนวเส้นทางโครงการเป็นการศึกษาตามแนวทางหลวงหมายเลข 117 โดยมีจุดเริ่มต้นที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข 126 ที่สามแยกเอ็กซ์เรย์ ประมาณ กม.123+500 และมีจุดสิ้นสุดที่จุดบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 12 ที่สี่แยกบ้านคลอง ประมาณ กม.129+643 โดยมีระยะทางรวมประมาณ 6.143 กิโลเมตร โดยพื้นที่ศึกษาโครงการระยะ 500 เมตร จากกึ่งกลางแนวเส้นทางโครงการครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล ในอำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ได้แก่ ตำบลท่าทอง ตำบลวัดจันทร์ ตำบลในเมือง และตำบลบ้านคลอง

รายละเอียดรูปแบบโครงการ

แนวคิดในการพัฒนาโครงการ สภาพของทางหลวงโครงการ บนทางหลวงหมายเลข 117 มีเขตทางเดิมกว้าง 20-60 เมตร มีจุดตัดทางแยกทางหลวง 3 แห่ง และจุดตัดถนนท้องถิ่น 2 แห่ง ส่วนใหญ่ได้พัฒนารูปแบบเต็มเขตทางแล้วตามมาตรฐานกรมทางหลวง แนวคิดในการปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจรทางหลวงโครงการ จึงเป็นการพัฒนาปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงเดิมให้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น ช่วง กม.123+500 ถึง กม.124+444 ระยะทาง 944 เมตร เขตทางกว้าง 60 เมตร เดิมมี 6 ช่องจราจร พัฒนาเป็น 10 ช่องจราจร ช่วง กม.124+444 ถึง กม.127+586.56 ระยะทาง 3,142.56 เมตร เขตทางกว้าง 40 เมตร 8 ช่องจราจร พัฒนาเต็มเขตทางแล้ว ช่วง กม.124+444 ถึง กม.127+586.56 ระยะทาง 3,142.56 เมตร เขตทางกว้าง 40 เมตร 8 ช่องจราจร พัฒนาเต็มเขตทางแล้ว ช่วง กม.128+485 ถึง กม.129+643 ระยะทาง 1,158 เมตร เขตทางกว้าง 20 เมตร 4 ช่องจราจร พัฒนาเต็มเขตทางแล้ว ดังนั้น การพัฒนาโครงการจะเน้นการแก้ปัญหาการจราจรบริเวณจุดตัดทางแยกบนทางหลวงหมายเลข 117 ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะพิจารณาจากปริมาณรถที่จุดตัดทางแยก ซึ่งรูปแบบการพัฒนาทางแยกอาจมีทั้งทางแยกต่างระดับและทางแยกระดับพื้นควบคุมด้วยสัญญาณไฟจราจร โดยมี 4 จุด ดังนี้ ทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 117 (กม.123+742) ตัดกับทางหลวงหมายเลข 126 (แยกเอ็กซ์เรย์) 2. ทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 117 (กม. 124+470) ตัดกับทางหลวงหมายเลข 1058 (แยกต้นหว้า) 3. ทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 117 (กม. 128+425) ตัดกับถนนไชยานุภาพ และที่ กม. 128+620 ตัดกับถนนสีหราชเดโชชัย 14 และถนนพระลือ 1 (แยกวุ่นวาย) 4. ทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 117 (กม. 129+643) ตัดกับทางหลวงหมายเลข 12 (แยกบ้านคลอง)

รายละเอียดรูปแบบโครงการ

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 117 สายนครสวรรค์ – จุดผ่านแดนภูดู่ (รวมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1325, 1104 และ 1047 สายคลองเมม – ม่วงเจ็ดต้น) เป็นทางหลวงแผ่นสายหลักที่เชื่อมการขนส่งจราจรระหว่างจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร และจังหวัดพิษณุโลก และเป็นทางหลวงสายรองในช่วงจังหวัดพิษณุโลกถึงจังหวัดอุตรดิตถ์ ปัจจุบันทางหลวงหมายเลข 117 ช่วง จุดตัดทางหลวงหมายเลข 126 (แยกเอ็กซ์เรย์) – จุดตัดทางหลวงหมายเลข 12 (แยกบ้านคลอง) เกิดปัญหาการติดขัดของการจราจรโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน เนื่องจากบริเวณสองข้างทางมีชุมชนหนาแน่น มีสถานที่สำคัญหลายแห่ง ทั้งพื้นที่ธุรกิจ และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ทำให้เกิดความไม่สะดวก และความล่าช้าในการเดินทาง อีกทั้งทางหลวงสายนี้ยังมีข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ในการขยายถนน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการสำรวจและออกแบบปรับปรุงแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 117 ช่วงดังกล่าวและโครงข่ายทางหลวงใกล้เคียง ทำให้สามารถเดินทางได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น กรมทางหลวง จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท วิชชากร จำกัด บริษัท สิ่งแวดล้อมสยาม จำกัด และบริษัท ลูเซ่ ครีเอชั่น จำกัด ดำเนินการสำรวจและออกแบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 117 ช่วงจุดตัดทางหลวงหมายเลข 126 (แยกเอ็กซ์เรย์) – จุดตัดทางหลวงหมายเลข 12 (แยกบ้านคลอง) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนาโครงการให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างสูงสุด ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพื้นที่ศึกษาโครงการในระยะ 500 เมตร จากกึ่งกลางแนวเส้นทาง ในเบื้องต้นพบโบราณสถานจำนวน 1 แห่ง ได้แก่ วัดจุฬามณี ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตามประกาศกรมศิลปากร จึงเข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาในขั้นตอนการขออนุมัติก่อนการพัฒนาโครงการ ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดประเภทและขนาดโครงการหรือกิจการซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 48 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมข้างต้น และเพื่อให้การพัฒนาโครงการเกิดผลกระทบต่อทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมทั้งประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่โครงการน้อยที่สุด